11

ศูนย์บริการรถสไลด์จังหวัดภูเก็ต

SP รถยก รถสไลด์ ภูเก็ต

SP รถสไลค์ภูเก็ต เราให้บริการขนย้ายรถยนต์โดยใช้รถสไลด์รุ่นใหม่
ศูนย์บริการรถยก รถสไลด์ภูเก็ต ขนย้ายรถไปทั่วราชอาณาจักร ทั่วประเทศไทย
เคลื่อนย้ายรถด้วยระบบรถสไลด์ บรรทุกรถยนต์แบบทั้งคัน ไม่ทำให้รถยนต์ของท่านเสียหาย ปลอดภัย มีประกันให้ทุกคัน
รถเทรลเลอร์รับจ้าง
ล็อคล้อ แน่นหนา ล้อราคาแพงไม่เป็นรอยแน่นอน
บริการรถยก รถสไลด์ เทรลเลอร์รับจ้างบรรทุกรถยนต์ทั่วไทย

***บริการของเรา***

- บริการรับขนย้ายรถ 4 ล้อเล็กไปจนถึง 4 ล้อขนาดกลาง ทุกประภท

- บริการรับขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่

- บริการขนส่งรถประเภทต่างๆ ทุกแบบ ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ เช่น รถโฟล์คลิฟท์ รอกอล์ฟ เป็นต้น

- บริการย้ายรถไปอู่ส่งไปศูนย์เพื่อซ่อม ทางเรามีบริการพาไปและรอรับกลับ

- บริการเคลื่อนย้ายรถไปออกทริปออกทัวร์ตามกลุ่มต่างๆ

- บริการเช่ารถคลาสสิคไปส่งกองถ่าย

- บริการให้เช่ารถคลาสสิคทุกประเภท สำหรับออกงานกองถ่าย เช่าออกงานโชว์รถทั่วไป
ตลอดจนเช่าสำหรับถ่ายรูปในงานต่างๆ เช่นงานแต่งงาน ฯลฯ

พร้อมให้เช่าแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี หรือเช่าเหมา

- มีรถสไลด์บริการท่านตลอด 24 ชั่วโมง ที่จังหวัดภูเก็ต

- มีประกันคุ้มครองอุบัติเหตุ คุ้มครองความเสียหาย ระหว่างการเคลื่อนย้ายให้กับผู้ใช้บริการทกท่าน

รถรถรับจ้างย้ายบ้าน รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์จังหวัดภูเก็ต
รถรถรับจ้างย้ายบ้าน รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์เมืองภูเก็ต
รถรถรับจ้างย้ายบ้าน รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์กะทู้
รถรถรับจ้างย้ายบ้าน รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ถลาง

ดูรายละเอียดที่ บริการรถยก รถสไลด์ภูเก็ต

ติดต่อที่ http://www.xn----twf2dfc3efet3c8sod.com

รถยกภูเก็ต รถสไลด์ รถลากภูเก็ต รถสไลด์ออน สไลด์คาร์

รถยก รถสไลด์ ภูเก็ต
บริการเคลื่อนย้ายรถยนต์ด้วยรถสไลด์ ภูเก็ตไปกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด

บริการรถสไลด์ภูเก็ต ขนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกประเภท
ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะ รถสปอร์ต ซุปเปอร์คาร์
รถตู้ รถเก่าคลาสลิค รถแข่ง รถเสีย ฯลฯ บริการตลอด 24 ชม.




ชมรม รถย้ายบ้านภูเก็ต บริการขนส่งขนย้าย ทุกชนิด

ติดต่อ คุณพันธกานต์ รถรับจ้าง โทร 092-463-7596 

ขนย้าย ขนส่ง ปลอดภัย มั่นใจในการบริการ  ย้ายบ้าน คอนโด อพาร์ทเม้น 

โรงงาน บริษััท  เครื่องจักร เฟอร์นิเจอร์ พร้อมทีมงานที่มีประสบการณ์

รถกะบะ4ล้อ รถบรรทุก6ล้อ รถบรรทุก10ล้อ  มีบริการรถ พร้อมคนขับ

กล่องบรรจุของ แพ็กกิ้งสิ่งของ แจ้งนัดหมายล่วงหน้ามีราคาพิเศษ

บริการขนย้ายทั่วประเทศ โดยทีมงานมืออาชีพและมีประสบการณ์...

สนใจใช้บริการหรือสอบถามราคา คุณพันธกานต์ โทร 092-463-7596 

1.รับบริการย้ายบ้าน ย้ายออฟฟิศ ขนบูท แสดงสินค้า ขนอุปกรณ์ก่อสร้าง รับ-ส่งขนงานก่อสร้าง

2.รับขนสินค้าไปเกษตรต่าง ๆ ฯบริการทั้ง กรุงเทพไปต่างจังหวัด.-ตจว. ราคายุติธรรม

3.มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งพนักงานขับรถไว้ใจได้ซื่อสัตย์และชำนาญเส้นทาง ตจว

 รายละเอียดรถบรรทุกที่ให้บริการ 
ยาว กว้าง สูง น้ำหนัก 
1.รถบรรทุก 4 ล้อใหญ่ ยาว3.10 เมตร กว้าง1.70 เมตร สูง1.70 เมตร 2 ตัน 
2.รถบรรทุก 6 ล้อเล็ก ยาว4.30 เมตร กว้าง1.90 เมตร สูง1.70 เมตร 4 ตัน 
3.รถบรรทุก 6 ล้อกลางยาว 5.50 เมตร กว้าง2.10 เมตร สูง1.90 เมตร 5 ตัน 
4.รถบรรทุก 6 ล้อใหญ่ ยาว6.50(เปิดท้าย7เมตร) เมตร กว้าง2.40เมตรสูง 2.50 เมตร 7 ตัน
5.รถกระบะตอนเดียวหลังคาสูง ยาว2.10เมตร กว้าง1.50เมตร สูง1.85 เมตร บรรทุกน้ำหนัก1ตัน

บริการรับย้ายบ้านภูเก็ต
ย้ายหอพัก ย้ายห้องพัก ย้ายอพาร์ทเม้นต์ ย้ายคอนโด ย้ายเสื้อผ้า
สอบถาม ดูตัวอย่างผลงานที่
คลิกถูกใจ faceboo
บริษัทขนย้าย ขนส่ง รับขนย้ายสินค้า บริการ รถรับจ้าง ขนของ ขนย้ายบ้าน ย้ายของ ขนย้ายสำนักงาน ขนส่งสินค้า บริการรถรับจ้าง บริการขนย้าย ขนย้ายบ้าน ย้ายห้องพัก ย้ายสำนักงาน ย้ายออฟฟิต ย้ายของ ย้ายเฟอร์นิเจอร์ ขนส่งสินค้า ขนบูธ รับถอดประกอบเฟอร์นิเจอร์น็อคดาวน์

ดูรายละเอียดที่ บริการรถย้ายบ้านภูเก็ต

ติดต่อที่ http://www.xn--72cb5bocc9cadb8moacc25add.com

เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ ให้ดูดีและใหม่อยู่เสมอ

เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ให้ดูดีเสมอ และถนอมเครื่องยนต์อย่างถูกวิธี
เพื่อทะนุถนอมอายุการใช้งานรถของท่านให้ยืนยาว

1. เติมน้ำมันล้นถังไม่เป็นผลดี
      ในสภาพอากาศร้อนจัดอย่าเติมน้ำมันจนล้นถัง เพราะความร้อนจะทำให้เพิ่มความดัน มีผลทำให้น้ำมันขยายตัวลื่นไหลออกจากถังเกิดอันตราย สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

2. ลากเกียร์ทำให้คลัตช์เสียเร็ว
      การใช้เกียร์ควรทำให้เหมาะสมและถูกจังหวะ อย่าลากเกียร์บ่อย จะทำให้คลัทช์เสียเร็วและยางหมดอายุเร็วขึ้น


3. อย่าขับรถจนน้ำมันหมดถัง
     การขับรถจนน้ำหมดถัง จะทำให้เครื่องกรองน้ำมันมีโอกาสเสียได้มาก เนื่องจากตะกอนบางอย่างที่สะสมอยู่ในถังจะไปค้างที่เครื่องกรอง


4. อย่าใช้อิฐแทนแม่แรงรถ
     อิฐสร้างบ้านก้อนที่แข็งที่สุดยังสามารถแตกได้ อย่าใช้รองหรือหนุนรถแทนแม่แรงต่างหาก เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้


5. ใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดกระจก
     แอลกอฮอล์มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อโรคและยังใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เป็น แก้วหรือกระจกได้ กระจกรถของคุณที่มีคราบสกปรก จะถูกขจัดได้อย่างง่ายดายด้วยแอลกอฮอล์


6. สำรวจกระจกอย่าให้มีรอยร้าว
     รอยร้าวที่กระจกเพียงเล็กน้อย จะทำให้ขยายวงกว้างไปสู่การแตกใหญ่ได้ต้องหมั่นสำรวจอยู่เสมอ การเปิดแอร์เย็นจัดในขณะอากาศภายนอกร้อนจะทำให้กระจกหดตัวอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุให้เกิดการแตกของกระจกได้


7. เครื่องเป่าผมก็มีประโยชน์
     รถที่สตาร์ทไม่ติดอันเนื่องมาจากปัญหาความชื้นลองใช้เครื่องเป่าผมเป่าความ ร้อนบริเวณเครื่องยนต์ที่คิดว่ามีความชื้นจนกว่าจะแห้ง แล้วลองสตาร์ทใหม่ดูอีกครั้ง


8. การควบคุมอารมณ์
     การขับรถจำเป็นที่จะต้องควบคุมอารมณ์ด้วยความอดทนยิ่งในสภาพรถติดแสนสาหัส แบบบ้านเรายิ่งต้องมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยไม่สวมวิญญาณร้ายขณะขับรถ ไม่ใช้วาจาหยาบคาย และอย่าพยายามสั่งสอนบทเรียนต่อผู้อื่น


9. โกรธและหงุดหงิดอย่าขับรถเด็ดขาด
     อารมณ์โกรธและหงุดหงิด มีผลเสียอย่างยิ่งต่อการใช้รถใช้ถนน ความกดดันทางอารมณ์จะทำให้มีผลต่อเนื่องไปยังผู้ขับขี่รถคนอื่น และนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงได้


10. อย่าตอบโต้กับผู้ขับขี่รายอื่น
     หากคุณอารมณ์เสียเนื่องจากผู้ขับขี่รถคันอื่น ต้องพยายามเก็บกดอารมณ์ไม่ตอบโต้ การตอบโต้จะทำให้เกิดผลร้ายต่อเนื่อง อย่างน้อยจะทำให้เราขาดสมาธิขาดการสังเกต สุดท้ายก็ลงเอยด้วยอุบัติเหตุ เป็นไปได้น่าจะจอดรถสงบสติอารมณ์สักครู่


11. หลีกเลี่ยงการเดินทางในสภาพอากาศเลวร้าย
     เรามั่นใจแค่ไหนในการขับขี่รถในสภาพอากาศที่เลวร้าย เช่น ฝนตกหนัก หมอกลงจัด ทางที่ดีควรจะงดการขับรถ หันไปใช้บริการของรถสาธารณะจะดีกว่า ทั้งนี้ต้องติดตามการพยากรณ์ของอุตุนิยมวิทยา


12. การปรับพวงมาลัย
     รถรุ่นใหม่สามารถปรับแกนพวงมาลัยให้เข้ากับสภาวะร่างกายของผู้ขับขี่ได้ อย่าปรับให้พวงมาลัยอยู่ในตำแหน่งที่มองแผงหน้าปัดยาก ล็อคแกนพวงมาลัยให้มั่นคงหลังจากปรับตำแหน่งจนได้ที่แล้ว ห้ามปรับพวงมาลัยในขณะรถเคลื่อนที่เด็ดขาด


13. เกียร์สูงสุด
     เป็นเกียร์ที่ใช้กับอัตราเร็วสูง แต่ให้กำลังน้อยที่สุดเราจะใช้เกียร์สูงสุดกับอัตราเร็วของรถยนต์ที่แตกต่าง กันได้มา คุณสามารถใช้แล่นด้วยความเร็วคงที่บนถนนทางตรง


14. อย่าให้ไฟดวงหนึ่งดวงใดขาด
     การใช้สัญญาณไฟจะทำให้รถคันอื่นที่ตามหลัง หรือสวนทางเข้าใจในเจตนาของเรา แต่หากไฟสัญญาณดวงหนึ่งดวงใดขาดไป จะทำให้เป็นอันตรายแก่การใช้รถใช้ถนน ควรตรวจสอบและหาฟิวส์ หรือไฟอะไหล่ไว้ในรถบ้าง


15. ไฟเตือนภัยมีความสำคัญ
     อย่าขับรถยนต์ออกไปเด็ดขาด กรณีที่มีการเตือนของไฟบนแผงหน้าปัดขึ้น เช่น ไฟเตือนความดันน้ำมันหล่อลื่น เพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้


16. กระพริบไฟหน้าแทนแตร
     การใช้ไฟสูง-ต่ำของไฟหน้า ทำให้เกิดการกระพริบสามารถเตือนผู้ขับขี่รายอื่นด้วย ที่คาดว่าจะไม่ได้ยินเสีสยแตรจากรถของเรา


17. อย่าปล่อยเกียร์ว่างให้รถเคลื่อนลงทางลาดเองไม่ถูกต้องการปล่อยให้รถไหลไปเองโดยไม่ใช้การขับเคลื่อนจะทำให้ควบคุมรถยนต์ยาก โดยเฉพาะพวงมาลัยและเบรคเกียร์จะเข้ายากขึ้นอีกด้วย


18. ลดเกียร์ไม่จำเป็นต้องไล่ตามลำดับ
     การลดลงเกียร์ต่ำไม่จำเป็นต้องไล่ตามลำดับ เช่น จากเกียร์ห้ามาเกียร์สาม จากเกียร์สามมาเกียร์หนึ่ง เช่นนี้ จะทำให้เรามีเวลามองถนน และจับพวงมาลัยได้นานขึ้น


19. ใกล้ทางแยกอย่าเปลี่ยนเลนกะทันหัน
     ต้องตัดสินใจให้ดีว่าคุณกำลังจะไปทางไหน ซ้าย-ขวา หรือตรง อย่าตัดเลนซ้ายมาขวา หรือขวามาซ้าย บริเวณใกล้ทางแยกจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือไม่ก็ถูกตำรวจจับแน่นอน


20. จะไม่มีการชนท้ายรถคนอื่นเด็ดขาดไม่ขับชิดคันหน้าเกินไปหรือกะระยะการทำงานของเบรคได้ถูกต้อง


21. สิ่งกีดขวางกลางถนนบังเอิญสิ่งกีดขวางอยู่ในช่องจราจรของเรา ตามหลักเราต้องให้รถยนต์วิ่งสวนทางมาผ่านไปก่อน กรณีสิ่งกีดขวางอยู่ฝังตรงข้ามอย่าผลีผลามเหยียบคันเร่งเลยไป เพราะรถคันสวนทางเราอาจไมยอมหยุดรถและหลบสิ่งกีดขวางออกมาในเลนของเราหน้าตาเฉย


22. สิ่งกีดขวางอยู่บนเนิน
     นับว่าเป็นเรื่องท้าทายให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ การใช้เบรคจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาจัดการแก้ปัญหานี้


23. แซงรถที่กำลังวิ่ง
     ต้องเข้าใจว่ารถคันหน้าที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วหนึ่งหากเราคิดจะแซง แน่นอนว่าความเร็วของรถเราต้องมากกว่า เมื่อหักลบกับความเร็วคันหน้าก็จะได้ระยะทางที่ต้องใช้ในการแซง นั่นก็คือ แซงรถกำลังวิ่งครั้งหนึ่งต้องใช้เวลามากกว่าปกติ ทางที่ดีไม่แน่ใจอย่าแซงจะดีกว่า


24. แซงระทางชัน
     หากเป็นรถที่บรรทุกของหนักและวิ่งช้ากว่าเรา การแซงจะใช้เวลาสั้นลงอย่างมาก แต่พึงระวังรถสวนเลนตรงข้าม ซึ่งจะวิ่งลงทางลาดด้วยความเร็วสูง


25. อย่าเร่งรถหากกำลังถูกแซง
     จะเป็นการผิดมารยาทอย่างยิ่ง หากรถของคุณที่กำลังถูกแซงเร่งเครื่องหนีด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น เมื่อเห็นว่ารถคันขวาของคุณกำลังจะถูกแซง ต้องชะลอความเร็วรถของคุณ เพื่อให้รถของเขาแซงขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว


26. ขับรถขึ้นเขา
     กรณีขับรถขึ้นเขาหรือเนิน แน่นอนว่ารถของคุณต้องใช้กำลังเพิ่มมากขึ้น การขับต้องเปลี่ยนมาใช้เกียร์ต่ำกว่าเดิมเพื่อรักษาความเร็วของรถ การเปลี่ยนเกียร์ต้องเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เพราะขณะที่เรายกเท้าออกจากคันเร่งแล้วเหยียบคลัตช์เปลี่ยนเกียร์


27. ขับรถลงทางลาด
     ขึ้นเนินใช้เกียร์ต่ำเพื่อรักษาความเร็วของรถ ลงทางลาดก็ต้องใช้เกียร์ต่ำ เพื่อลดอัตราเร็วของรถแทนการใช้เบรค เพราะหากใช้เบรคในทางลาดมากไป จะทำให้เบรคลื่นและจับไม่อยู่เนื่องจากมีความร้อนสูง


28. ออกตัวของรถขึ้นทางชัน
     ผู้ขับขี่มือใหม่มักมีปัญหาการออกตัวขึ้นเนินแล้วรถเคลื่อนที่ถอยหลัง ต้องฝึกให้มีความสามารถในการใช้คันเร่งคลัตช์และเบรคมือพร้อมกัน โดยใช้เท้าซ้ายกดแป้นคลัตช์ลง โยกคันเกียร์จากเกียร์ว่างไปยังเกียร์หนึ่ง ใช้เท้าขวากดแป้นคันเร่ง โดยกดให้มากกว่าการออกตัวบนพื้นระดับ และต้องกดอย่างสม่ำเสมอตามปริมาณชองความชัน


29. จดรถหันหน้าขึ้นเนิน
     หลีกเลี่ยงได้ควรหลีก แต่ถ้าจำเป็นต้องจอดให้ชิดขอบขวาทางด้านซ้ายมากที่สุด หมุนพวงมาลัยให้ล้อหันไปทางขวาป้องกันการเคลื่อนที่ถอยหลังเป็นเกียร์หนึ่ง และใช้เบรคมือให้มั่นคง


30. จอดรถหันหน้าลงเนิน
     หมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายให้ล้อหันเข้าหาขอบทางเท้า ป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนที่เดินหน้าใส่เกียร์ถอยหลังและเบรคมือไว้


31. ทางโค้งนะ
      ให้สังเกตป้ายจราจรว่า โค้งไปทางขวาหรือทางซ้าย การเข้าโค้งให้ใช้เบรคเท้าควบคุมความเร็วของรถ เลือกเกียร์ให้เหมาะสมใช้คันเร่งอย่างระมัดระวังและบังคับรถให้ชิดเส้นแบ่ง ถนนทางขวาไว้จนตลอดทางโค้ง


32. ระวังหลุดโค้ง
     ปรกติทางโค้งจะมีทั้งป้ายจราจรเตือนล่วงหน้าและมีเสาหลักปักตามระยะโค้ง แต่หากผู้ขับขี่ไม่ควบคุมความเร็วเข้าโค้งด้วยความโค้ง โค้งธรรมดาก็จะกลายเป็นโค้งหักศอกให้ได้รับอันตรายให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ


33. ความดันลมของยางสัมพันธ์กับพวงมาลัย
     ยางรถยนต์จะต้องมีความดันลมในปริมาณพอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไปถ้ามากไปทำ ให้ยากสึกหรอ ไม่ยึดถนนและลื่นไถลทางโค้งแต่หากความดันลมยางน้อยไปจะทำให้ยางร้อนจัดยาง ไม่เกาะถนนและสึกหรอง่าย สังเกตว่าความดันลมยางน้อยไปเมื่อพวงมาลัยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น


34. เบรคบนทางโค้งอันตราย!
     ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบรคบนถนนทางโค้ง เพราะจะทำให้รถยนต์เสียการทรงตัวและมีแนวโน้มลื่นไถลหลุดโค้งออกไป


35. รถใหญ่บังรถเล็ก
     รถใหญ่ที่วิ่งตามทางแยกอาจบังรถเล็กอีกคันที่กำลัง แซงขึ้นมา หากเราตัดสินใจเลี้ยวออกจากทางแยกแบบปัจจุบันทันด่วน โดยไม่ระวังให้ดี อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้


36. ถอยหลังทางไหนหมุนพวงมาลัยทางนั้น
     การถอยหลังรถแรก ๆ อาจจะดูไม่ถนัด ต้องอาศัยประสบการณ์ โดยมีเคล็ดลับอยู่ว่าจะให้ส่วนท้ายของรถหันไปทางไหนก็หมุนพวงมาลัยไปทางนั้น ส่วนผู้ขับก็เอี้ยวตัวไปดูข้างหลังโดยมือถือพวงมาลัยมือหนึ่ง อีกมือพาดบนพนักพิงผู้โดยสาร


37. ข้อห้ามของการถอยหลัง
     อย่าใช้วิธีกลับรถโดยการถอยหลังจากถนนซอยสู่ถนนใหญ่ เมื่อไม่แน่ใจว่าปลอดภัย อย่าถอยหลังและอย่าถอยหลังเป็นระยะทางไกล ๆ โดยไม่จำเป็น


38. ไฟเขียวให้รีบไปแน่หรือ
     การขับรถบริเวณทางแยกที่มีไฟจราจรกำกับและเป็นไฟเขียวอยู่ ไม่ตะบี้ตะบันเหยียบคันเร่งให้ทันสัญญาณไฟ ควรสังเกตดูว่าไฟเขียวนั้นนานแค่ไหน แล้วสังเกตดูว่ารถจากถนนฝั่งหนึ่งมีแถวยาวเท่าใน และควรขับรถเว้นระยะกับรถคันหลังดูว่าหากเบรคกะทันหัน กรณีไม่ทันไฟเขียว แล้วคุณจะไม่ถูกชนท้าย


39. รีบร้อนไปไหนยังไฟแดงอยู่เลย
     ผู้ขับขี่หลายรายต้องเสียอกเสียใจทุกวันนี้ เพราะประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากชอบออกรถในขณะที่สัญญาณไฟยังเป็นไฟแดงหรือเหลืองอยู่ โดยคาดเดาล่วงหน้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจร ในขณะที่รถอีกฝั่งยังไฟแดงอาศัยลูกติดพันจากไฟเขียว ผลก็คือ ประสานงากันจังเบ้อเริ่ม เดือดร้อนกันทั่วหน้า


40. ถูกจี้ท้ายและเตือนด้วยไฟสูงต่ำ
     หลายคนคงเคยเจอนักเลงกลางถนน โดยขับขี่อยู่ ดี ๆ  ก็มีรถคันอื่นมาจี้ท้ายแถมใช้ไฟสูงต่ำยิงใส่ท้ายรถ อย่าตกใจและห้ามตอบโต้เด็ดขาด เพียงแต่ค่อย ๆ เปลี่ยนช่องจราจรไปทางซ้าย เพื่อให้เกิดช่องว่างให้รถคันหลังผ่านไปได้


41. กระจกหน้ารถต้องสะอาดอยู่เสมอ
     กระจกหน้ารถที่สะอาด เมื่อเวลาฝนตก ใบปัดน้ำฝนจะทำความสะอาดได้เร็วมากขึ้นมาก ควรลดอัตราเร็วลงหากอุปกรณ์ปัดน้ำฝนทำงานไม่ทันกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา อย่างหนัก


42. ไม่แตะเบรคขณะรถลื่นไถล
     กรณีรถขาดการทรงตัว เมื่อเจอสภาพถนนมีน้ำมันเกลื่อนกลาดอย่าตกใจยกเท้าออกจากคันเร่งและหมุนพวง มาลัยไปในทิศทางเดียวกับทิศทางการลื่นไถลโดยห้ามแตะเบรคโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก


43. อย่าเพิ่งดับไฟขณะรุ่งสาง
     การรีบดับไฟเมื่อขับรถตอนรุ่งสางไม่เป็นผลดีต้องให้แน่ใจว่าคุณสามารถมอง เห็นถนนและผู้ขับขี่คันอื่นอย่างชัดเจนเสียก่อนจึงค่อยดับไฟ กรณีรถมีสีคล้ำ ดำ หรือน้ำเงิน ซึ่งไม่ค่อยสะท้อนแสงต้องเปิดไฟแต่เนิ่น ๆ เมื่อเริ่มจะมือและปิดไฟช้ากว่าคันอื่นเมื่อเวลารุ่งสาง


44. การใช้น้ำมันหล่อลื่น
     การเติมน้ำมันหล่อลื่นต้องรักษาปริมาณให้ถึงขีดกำหนดของรถเสมอ น้ำมันหล่อลื่นเป็นสารอันตรายต่อผิวหนัง ควรล้างมือทันทีและเก็บภาชนะบรรจุน้ำมันให้ห่างไกลจากมือเด็ก


45. รถเสียระวังเสียงรถ
     เมื่อรถคุณเกิดเสียกลางทางแล้วมีอาสาสมัครเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ หากคุณไม่แน่ใจพฤติกรรมอย่าลงจากรถเด็ดขาด ให้ผู้ผ่านกระจกแล้วล็อคประตูไว้วานให้ช่วยไปโทรศัพท์หาผู้ที่คุณต้องการจะ ติดต่อด้วยจะดีที่สุด


46. อุปกรณ์พยาบาลที่ควรจะมีในรถ
     เพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉน คุณควรมีสิ่งเหล่านี้ไว้ในรถ พลาสเตอร์ผ้าพันแผล ขวดพลาสติคใส่น้ำสะอาดไว้ กรรไกร คีม ผ้าพันแผลแบบยืดหดได้ โคมไฟฟ้า เหรียญ(สำหรับโทรศัพท์)


47. เด็กเล็กก็ควรคาดเข็มขัด
     อุบัติเหตุหลายครั้งเด็กเล็กต้องเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจำนวนมาก ในเมืองนอกได้ออกแบบที่นั่งเฉพาะสำหรับเด็กไว้อย่างมาตรฐาน โดยเฉพาะมีเข็มขัดนิรภัยให้เด็กคาดเข็มขัดด้วย สำหรับเมืองไทยที่ยังไม่มีที่นั่งเด็กแพร่หลาย ก็อาศัยพี่เลี้ยงหรือผู้โดยสารไปด้วยคอยดูแล อย่าปล่อยให้เด็กเป็นอิสระเด็ดขาด


48. ทำยังไงเมื่อกระจกหน้ารถแตกละเอียด
     อุบัติเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นได้เมื่อรถแล่นด้วยความเร็วสูง ต้องควบคุมสติให้ได้ผ่นอคันเร่งหาที่จอดอย่าปลอดภัย หากระดาษหนังสือพิมพ์มาคลุมหน้าปัดรถและกระโปรงรถใกล้กระจกหน้าเพื่อป้องกัน ไม่ให้เศษกระจกปลิวเข้ามา แล้วจึงหาอะไรมาค่อย ๆ ทุบกระจกที่แตกค้างออก แล้วขับรถไปหาอู่ซ่อมโดยเร็ว


49. เบรคจม
     อุบัติเหตุบางครั้งเกิดจากการที่อยู่ดี ๆ คันเบรคก็จมซึ่งทำให้การหยุดรถทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เป็นเช่นนี้ให้ลดความเร็วลงค่อย ๆ ปั๊มเบรคสองสามครั้งเพื่อให้ความร้อนไปไล่ฟองอากาศและความชื้นจากนั้นจึง ค่อย  ๆ ขับไปด้วยควมเร็วเป็นปกติ


50. น้ำมันท่วม
     รถที่จอดนิ่งอยู่สตาร์ทหลายทีก็ไม่ติด แถมยังได้กลิ่นฉุนของน้ำมันแสดงว่าน้ำมันได้ท่วมคาร์บูเรเตอร์ แล้วควาคอยอย่างน้อยสิบนาที เพื่อให้น้ำมันระเหยแล้ว เริ่มติดเครื่องใหม่อีกครั้ง


51. อาการแบตเตอรี่หมด
     อีกกรณีที่สตาร์ทเครื่องรถไม่ติด แล้วไฟหน้ารถไม่สว่างให้สันนิษฐานได้ว่าแบตเตอรี่หมดให้ชาร์จใหม่ได้ทันที หากทำไม่เป็นก็ตามช่างหรือติดต่อศูนย์ที่คุณซื้อรถก็ได้


52. ความร้อนสูงผิดปกติ
     สังเกตุได้จาก เข็มชี้ระดับความร้อนที่หน้าปัดขึ้นสูงกว่าธรรมดา อย่าขับรถต่อไป เพราะจะทำให้รถได้รับความเสียหายร้ายแรงได้ ต้องหาที่ร่มจอดรถ เปิดฝากระโปรงทิ้วไว้รอจนกว่าเครื่องยนต์จะเย็นลงในระดับปรกติจึงค่อยเดิน ทางต่อไป กรณีที่เกิดจากน้ำมในหม้อน้ำพร่องไป ต้องรออย่างน้อย 10 นาทีถึงจะเปิดฝาหม้อน้ำเติมน้ำได้


53. เบรคเสียกะทันหัน
     เบรคที่ถูกใช้มากในบางกรณี อาจทำให้เสียหรือผ้าเบรคสึกมีผลให้รถเบรคไม่ค่อยอยู่ วิธีแก้ไขคือ ให้จอดรถชั่วคราวเพื่อให้เบรคพักการทำงานระยะหนึ่ง


54. หัดเปลี่ยนยางไว้บ้างก็ดี
     กรณีที่เราขับรถออกทางไกลที่เปลี่ยว ๆ ห่างจากปั๊มน้ำมันข้างทางแล้วเกิดยางรั่วยางแตก การเปลี่ยนยางอะไหล่ต้องใช้ความสามารถของตนเอง การศึกษาวิธีการเปลี่ยนจากคู่มือ และหัดลองเปลี่ยนขณะจอดรถอยู่ให้คล่อง มิฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว มีหวังคุณได้นอนหง่าวอยู่ในรถคนเดียวทั้งคืนแน่


55. ฟิวส์ซองบุหรี่
     ระบบไฟฟ้าของรถใช้ฟิวส์เป็นตัวเชื่อมไฟ หากฟิวส์เกิดขาดกะทันหัน แก้ปัญหาได้โดยใช้กระดาษตะกั่วห่อซองบุหรี่หรือกระดาษห่อช็อกโกแล็ตมาหุ้ม ฟิวส์นั้นแล้วนำไปใช้ต่อฟิวส์นั้นก็จะทำงานได้ชั่วคราว


56. ยางโดนตะปูเจาะ
     ประการแรกให้เปลี่ยนยางอะไหล่ทันที ถ้าไม่มียางอะไหล่ สำรวจยางเส้นนั้นว่ามียางในหรือไม่ ประการสำคัญไม่ควรดึงตะปูออกก่อนจะทำให้เวลาขับเคลื่อนรถ ยางจะแตก ระเบิดได้ ควรขับออกไปช้า ๆ อย่างระมัดระวังประคับประคองให้ไปถึงอู่หรือปั๊ม ทำการปะให้เรียบร้อย


57. ตรวจสนิมรถด้วยแม่เหล็ก
     รถปัจจุบันส่วนใหญ่ตัวถังจะฉาบด้วยยากันสนิม ซึ่งเป็นฉนวน บริเวณที่กระเทาะแล้วเกิดสนิม จะทำให้เกิดแรงดึงดูดกับแม่เหล็ก


58. เรื่องของสีรถ
     หากสีรถเกิดถลอกและเป็นสนิม หรือมีปัญหาอื่น ๆ เกี่ยวกับสีรถไม่ควรลงมือแก้ไขเอง เช่น เช็ด ขูด ควรนำรถเข้าอู่ ให้ช่างที่มีความชำนาญดูแล มิฉะนั้นจะทำให้เกิดรอยด่างของสีรถได้


59. รถติดอย่าหยุดติดรถ
     ปัญหารถติดบ้านเราเลี่ยงกันไม่พ้น ขณะขับรถไปต่อคันที่หยุดข้างหน้าควรเว้นช่วงไว้ให้ห่างพอที่รถจะเคลื่อนตัว ไปซ้ายขวาได้ เป็นการเผื่อเอาไว้หากเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายด้านหน้ารถจะได้ไม่ถูกอัดก๊อ ปปี้เสียหายทั้งรถและชีวิต


60. ยางอะไหล่ต้องพร้อมเสมอ
     รถเกือบทุกคันก็มักมียางอะไหล่ติดไว้เสมอ อย่าลืมที่จะตรวจสอบสภาพของยางอะไหล่บ้าง เป็นต้นว่าลมยางต้องมีความดันมาตรฐานเสมอ ไม่อ่อนจนเกินไป เพราะหากเกิดฉุกเฉินขึ้นมา ยางอะไหล่รั่วหรือแตก สถานการณ์จะเลวร้ายไปกันใหญ่


61. กรวยเติมน้ำมันฉุกเฉิน
     น้ำมันแห้งสนิทกลางทาง ซื้อน้ำมันใส่แกลลอนมาแต่ดันลืมติดกรวยมาด้วย ไม่ยากเลย เพียงหาถ้วยใส่น้ำอัดลมพลาสติค ผ่าแล้วม้วนเป็นรูปกรวยมาเป็นที่เติม หรือใช้กระดาษทบกันหลาย ๆ ชั้น มาพับเป็นรูปกรวยก็ได้พอจะแก้ขัดไปครั้งหนึ่


 รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปกรุงเทพ
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดนครพนม
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดสกลนคร
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดมุกดาหาร
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดอุบลราชธานี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดหนองคาย
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดอำนาจเจริญ
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดหนองบัวลำภู
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดศรีสะเกษ
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดอุดรธานี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดยโสธร
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดเลย
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดกาฬสินธุ์
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดร้อยเอ็ด
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดมหาสารคาม
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดสุรินทร์
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดนครพนม
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดบุรีรัมย์
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดเพชรบูรณ์
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดชัยภูมิ
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดนครราชสีมา
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดเชียงใหม่
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัด-เชียงราย
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดพะเยา
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดลำพูน
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดน่าน
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดลำปาง
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดแพร่
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดอุตรดิตถ์
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดตาก
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดนครพนม
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดกำแพงเพชร
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดพิจิตร
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดนครสวรรค์
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดอุทัยธานี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดชัยนาท
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดลพบุรี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดสิงห์บุรี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดปราจีนบุรี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดสระบุรี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดนครนายก
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดอ่างทอง
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดราชบุรี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดสุพรรณบุรี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดอยุธยา
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดสมุทรสงคราม
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดสมุทรสาคร
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดสระแก้ว
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดตราด
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดจันทบุรี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดระยอง
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดชลบุรี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดฉะเชิงเทรา
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดเพชรบุรี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดชุมพร
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดระนอง
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดนครศรีธรรมราช
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดพังงา
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดกระบี่
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดตรัง
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดพัทลุง
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดภูเก็ต
รถสไลด์ขนย้ายรถยนต์ภูเก็ต ไปจังหวัดสงขลา

Top 10 Best Product in Home Kit 2017 Top 10 Best Product in Women Fashion 2017 Top 10 Best Product in Technology 2017 Top 10 Best Product in Car Accessories 2017

 

วิธีการตรวจสอบรถยนต์ก่อนใช้งาน

วิธีการตรวจสอบรถยนต์ง่ายๆด้วยตนเอง
เป็นการดูแลสภาพทั่วไปของรถยนต์  เช่น


1. ยางรถยนต์ 
การตรวจลมยาง
          ควรตรวจเช็คลมยาง  และปรับแต่งให้ถูกต้องตามอัตราที่กำหนด หรือตามคำแนะนำ ในหนังสือคู่มือของรถยนต์เป็นประจำ 
          ในกรณีของยางใหม่  ให้เพิ่มความถี่ในการตรวจเช็คลมยาง ให้มากกว่าปกติ (ในช่วง 3,000 กม. แรก) เนื่องจากโครงสร้างยางในช่วงนี้ จะมีการขยายตัว ทำให้ความดันลมยางลดลงจากปกติได้ 
          ห้ามปล่อยลมยางออก  เมื่อความดันลมยางสูงขึ้นขณะกำลังใช้งาน เพราะความร้อนที่เกิดขึ้นขณะใช้งาน เป็นตัวทำให้ความดันลมภายในยางสูงขึ้น เมื่อยางเย็นตัวลง ความดันลมยางก็จะกลับสู่สภาวะปกติ 
          เพื่อป้องกันลมรั่วซึมที่วาล์ว  ควรเปลี่ยนวาล์ว และแกนวาล์วทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่ และมีฝาปิดวาล์วตลอดเวลา 
          สำหรับยางอะไหล่  ให้ตรวจเช็คลมยางให้ถูกต้องทุกๆ เดือน 
          หากขับรถที่ ความเร็วสูง ควรเติมลมมากกว่าปกติ 3-5 ปอนด์ จะช่วยลดการบิดตัวของโครงยาง ทำให้เกิดความร้อนน้อยลง หรืออาจใช้การสังเกต จากที่ใช้งานทุกวัน และความชอบของผู้ขับรถเป็นเกณฑ์ โดยส่วนใหญ่ค่าเฉลี่ยของความดันลมยางของรถเก๋ง จะประมาณ 28-30 ปอนด์/ตารางนิ้ว ส่วนรถกระบะ จะประมาณ 35-40 ปอนด์/ตารางนิ้ว (ขับขี่ทั่วไปไม่บรรทุกหนัก)

2. ระดับของเหลวต่างๆของรถยนต์  เช่น  น้ำมันเครื่อง  น้ำมันเกียร์  น้ำมันเบรค  น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์  น้ำฉีดกระจก  น้ำกลั่นแบตเตอรี่  สามารถตรวจได้บ่อยครั้ง หรือสำหรับผู้ไม่มีเวลาควรตรวจอย่างน้อย 1ครั้ง ต่อ 1สัปดาห์
2.1 น้ำมันเครื่อง การตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่อง อุ่นเครื่องยนต์จนถึงอุณหภูมิทำงานแล้วดับเครื่องเช็คระดับน้ำมันเครื่องโดย ใช้ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง
- เพื่อให้การตรวจเช็คถูกต้อง รถควรอยู่ในแนวระดับเครื่องยังร้อน และทำการวัดหลังจากดับเครื่อง 2-3นาทีเพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลกลับลงด้านล่างก่อน
- ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออก เช็คน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านวัดด้วยผ้า
- เสียบก้านวัดน้ำมันเครื่องคืนกลับจุดเดิม
- ดึงก้านวัดออกมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องที่ปลายก้านวัด ถ้าระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่าง " F " กับ " L " แสดงว่าระดับน้ำมันเครื่องปกติ
ข้อควรระวัง
- หลีกเลี่ยงการเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้
- ตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องที่ก้านวัดอีกครั้งหลังเติมน้ำมันเครื่องลงไป

  2.2 น้ำมันเกียร์


- ขับรถยนต์เป็นเวลา 15 นาที เพื่ออุ่นน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ 
ข้อแนะนำ: 
• เนื่องจากน้ำมันเกียร์อัตโนมัติจะขยายตัวเมื่อมัน ร้อน ดังนั้นให้ตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์หลังจากที่ได้ทำการอุ่นให้ร้อนแล้ว เนื่องจากโครงสร้างของเกียร์อัตโนมัติจะทำให้ปริมาณของน้ำมันเกียร์มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างมากตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง 
• สำหรับโคโรลล่า ให้ตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 70 - 80?C (158 - 176?F) 
-  จอดรถในพื้นระดับและดึงเบรกมือ 
-  ให้เครื่องยนต์เดินเบา, เหยียบเบรก, ดึงคันเบรกมือและเลื่อนคันเกียร์อย่างช้าๆ จากตำแหน่ง P ไปยังตำแหน่งอื่นๆ จนถึงตำแหน่งเกียร์ L และเลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเกียร์ P อีกครั้งหนึ่ง 
-  ดึงไม้วัดระดับน้ำมันออกมาขณะที่เครื่องยนต์เดินเบา, เช็ดคราบน้ำมันด้วยผ้าให้สะอาด เสียบไม้วัดระดับน้ำมันเข้าไปอีกครั้ง และตรวจสอบระดับน้ำมันต้องอยู่ช่วง "HOT" 
ข้อแนะนำ: 
• เมื่อขีดของน้ำมันด้านหลังของเกจวัดแตกต่างจากด้านหน้า ให้อ่านค่าต่ำสุด 
• เมื่อระดับน้ำมันมากกว่าค่ากำหนด น้ำมันเกียร์อัตโนมัติอาจรั่วออกจากรูระบาย เป็นสาเหตุทำให้เกียร์กระตุก 
• ถ้าระดับน้ำมันเกียร์ต่ำเกินไป อาจทำให้การหล่อลื่นไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดการเสียดสีของกลไกภายในเกียร์มาก

2.3 น้ำมันเบรค 

วิธีการตรวจเช็คระดับน้ำมันเบรคควรจะอยู่ระหว่าง MAX และ MIN แต่หมั่นตรวจเติมให้อยู่ในระดับ MAX ดีที่สุด 
เทคนิค : เติมน้ำมันเบรคจนถึงเส้นไข่ปลาและเมื่อปิดฝา ระดับน้ำมันจะขึ้นถึงระดับที่ถูกต้อง
เครื่องมือ - อุปกรณ์ : ผ้าชุบน้ำผืนขนาดพอสมควร ใช้ปิดตัวถังรถ ด้านที่เติมน้ำมันเบรคเพื่อป้องกันการกระเด็นไปถูกตัวถังรถ
ข้อควรระวัง
-  เติมน้ำมันเบรคให้ตรงกับระบบเบรคของรถหรือน้ำมันเบรคที่เคยใช้อยู่เท่านั้น แดง-แดง ใส-ใส
-  น้ำมันเบรคเป็นอันตรายต่อดวงตาและทำลายสีรถ ระวังล้นหรือกระเด็น
-  น้ำมันเบรกจะเสื่อมคุณภาพหากมีน้ำหรือความชื้นปนลงไป

2.4  น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์

  ท่าน ควรตรวจระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์เดือนละครั้ง และ ตรวจระดับน้ำพวงมาลัยเพาเวอร์ ในขณะที่เครื่องเย็นโดยดูที่ด้านข้างของกระปุกน้ำมัน ระดับน้ำมันควรอยู่ที่ไม่เกินขีดระดับสูงสุด และระดับต่ำสุด ถ้าระดับน้ำมันอยู่ต่ำกว่าขีดสุด ให้เติมน้ำมันจนระดับอยู่ที่ขีดสูงสุด 
ข้อควรระวัง
-  เทน้ำมันช้าๆ และระวังอย่าทำน้ำมันหก ถ้าน้ำมันหกให้รีบทำความสะอาดทันที เพราะน้ำมันที่หกอาจทำความเสียหายแก่ส่วนประกอบอื่นในห้องเครื่องยนต์ได้
-  ควรใช้น้ำมันยี่ห้อที่ดีตามโฆษณาทั่วไป
-  การที่ระดับน้ำมันต่ำอาจเกิดจากการรั่วในระบบ ควรตรวจดูระดับน้ำมันและนำรถเข้ารับการตรวจสอบระบบพวงมาลัยเพาเวอร์โดยเร็ว
-  การหมุนพวงมาลัยค้างไว้สุดทั้งด้านซ้ายหรือขวาอาจจะทำให้ระบบลูกยาง ท่อยาง ลูกยาง ลูกน้ำท่อยาง ที่เกี่ยวข้องกับระบบเพาเวอร์ ฉีกขาดหรือแตกได้ เนื่องจากการหมุนพวงมาลัยสุดทำให้แรงดันสูง

2.5 น้ำฉีดกระจก

การเติมน้ำฉีดกระจกให้เติมในถังสีขาวให้เต็มหรือบางท่านอาจจะผสมแชมพู เพื่อให้กระจกใสมากขึ้น
-  ระดับน้ำในถังน้ำฉีดกระจกอยู่ในระดับต่ำหรือว่าไม่มีเลย : เมื่อตรวจพบว่าระดับน้ำพร่อง ควรเติมน้ำผสมกับน้ำยาทำความสะอาดกระจกลงไปเล็กน้อย จะช่วยทำความสะอาดได้ดีกว่าน้ำสะอาดเพียงอย่างเดียวนอกจากการตรวจระดับน้ำ แล้วควรที่จะตรวจสภาพของถังน้ำเองว่ารั่วหรือไม่ โดยการเติมน้ำลงไปทิ้งเวลาสักพักและค่อยกลับมาตรวจระดับน้ำอีกครั้งว่าพร่อง หรือลดลงมากเพียงใด เมื่อตรวจไม่พบรอยรั่ว แล้วค่อยลองฉีดน้ำล้างกระจกอีกครั้ง
-  สายยางน้ำฉีดกระจกหลุดหรือรอยฉีกขาด : วิธีตรวจเช็คคือมองไล่ตั้งแต่การลำเลียงน้ำจากถังน้ำผ่านมอเตอร์ปั้มน้ำที่ ติดอยู่กับถังน้ำมองไล่ตั้งแต่สายยางที่ออกจากถังน้ำไปจนถึงหัวฉีดซึ่งถ้าพบ ว่ามีส่วนใดขาดหรือหลุดควรทำการซ่อมแซม
-  หัวฉีดน้ำอุดตัน : อาจจะเกิดจากการที่มีฝุ่นละอองไปอุดตันหัวฉีดน้ำ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการนำเข็ม หรือเหล็กแหลมที่สามารถแทงผ่านรูฉีดน้ำได้มาแทงผ่านรูฉีดน้ำเพื่อดันสิ่งที่ อุตันอยู่ให้หลุดออก พร้อมกับการตั้งระดับให้หัวฉีดสามารถฉีดน้ำพอดีกับกระจกไม่ต่ำหรือสูงเกินไป ส่วนถ้าใช้เหล็กแหลมทิ่มก็แล้วยังไม่หลุดต้องใช้มาตรการสุดท้ายคือการนำหัว ฉีดทั้งหัวไปต้มในน้ำร้อนเพื่อละลายคราบที่อุดตัน
-  มอเตอร์ที่ทำหน้าที่ปั้มน้ำจากถัง : ถ้าตรวจตั้งแต่รายการ 1-3 แล้วก็ยังฉีดน้ำล้างกระจกไม่ได้ โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีหัวฉีด 2 ตัว และไม่สามารถฉีดน้ำได้ทั้ง 2 ตัวคงต้องพุ่งเป้าไปที่‘มอเตอร์ที่ทำหน้าที่ปั๊มน้ำจากถัง’ส่วนสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ปั้มน้ำเสียนอกจากว่าจะหมดอายุการใช้ หรือเกิดจากการใช้งานที่ผิดอย่างเช่นระดับน้ำในถังน้ำต่ำหรือแห้งแต่ผู้ใช้ ยังคงพยายามฉีดน้ำทำให้มอเตอร์ร้อนจัดและเสียในที่สุด หรือการฉีดน้ำเป็นเวลานานเกินกว่า 20 วินาทีบ่อยๆ จะทำให้มอเตอร์ร้อนจัดและมีอายุสั้นลง

2.6 น้ำกลั่นแบตเตอรี่
- ควรตรวจดูระดับน้ำกลั่น ก่อนทำการชาร์จทุกครั้ง ว่าแห้งไปหรือไม่ การตรวจเช็คสามารถดูได้จาก ลูกลอยระดับลูกลอยที่ลอยขึ้นมา จะต้องมองเห็นบาร์สีขาวเล็กน้อย ( ถ้าแถบบาร์สีขาวสูงเกินไปให้ดูดน้ำกลั้นออก เพราะนั้นอาจจะทำให้นำกลั่นล้นได้ ในขณะที่ทำการชาร์จ)หากไม่มีฝาลูกลอย ให้ใช้วิธีเปิดฝาจุกแล้วดูว่าน้ำกลั่นในเซลล์แบตเตอรี่มึระดับสูงกว่าแผ่น ธาตุภายในประมาณ 1 เซ็นติเมตร (วัดระดับด้วยสายตาก็ได้ ไม่ต้องใช้ไม้บรรทัดไปทาบนะค่ะ) ถ้าน้อยกว่าก็ให้เติมน้ำกลั่นลงไปให้อยู่ระดับที่ประมาณ 1 เซ็นติเมตร ห้ามเติมมากๆนะ เพราะเดี๋ยวน้ำกลั่นมันจำล้น เหมือนดังที่กล่าวข้างตัน
- ไม่ควรเติมน้ำหรือสิ่งอื่นใดลงไปในแบตเตอรี่ นอกจากน้ำกลั่น
- ในขณะที่ทำการชาร์จไม่ควรมีประกายไฟ ในบริเวณที่ทำการชาร์จ เพราะจะทำให้แก๊สที่เกิดขึ้นขณะชาร์จติดไฟได้ สถานที่ชาร์จจะต้องเป็นที่ร่ม สะอาด อากาศถ่ายเทได้สะดวก
- หลังการทำการชาร์จเรียบร้อยแล้ว ควรพักแบตเตอรี่ให้ระดับความร้อนของแบตเตอรี่ลดลงประมาณ 1ชั่วโมง จึงนำแบตเตอรี่มาใช้งาน
- ควรรักษาความสะอาดขั้ว บนฝา และรอบๆให้สะอาดและแห้งอยู่ตลอดเวลา ถ้าส่วนบนของแบตเตอรี่สกปรกให้ใช้ผ้าชุดน้ำแล้วเช็ดให้สะอาด จะให้น้ำล้างก็ได้ แต่ต้องระวังไม่ให้นำเข้าไปในตัวแบตเตอรี่ ( ควรทำความสะอาดให้แบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่


1

   

1